บทที่ 8 หย่า 1-3 + คนที่ถูกนอกใจ 1-1
“ทำไมล่ะ หรือช่วงนี้พบเจอปัญหาอะไร?” น้ำเสียงของอารัญญาเจือแววซักถาม เดหลีฟังออกก็ได้แต่ถอนหายใจ
สงสัยเรื่องของสามี คงจะไม่ได้มีแค่เธอสินะที่ถูกปิดหูปิดตา
“ค่ะ จะว่ามีมันก็มี...แล้วงานละคะ ว่างไหม”
อารัญญาเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนจะเอ่ยเป็นการเป็นงาน “ว่างสิ เจ้าหญิงของพวกเรามาขอตำแหน่งงานทั้งที มันจะไม่มีได้ยังไง” นึกถึงเมื่อก่อนที่เดหลีเป็นดาวเด่นของคณะศิลปศาสตร์ พรสวรรค์ล้นเหลือไม่ว่าจะทำอะไรก็ดึงดูดความสนใจคนอื่นไปหมด จนได้รับฉายาว่าเจ้าหญิง เท่าที่จำได้ ช่วงนั้นเดหลีฮอตสุดๆ เลยล่ะ “งั้นมาช่วยเป็นครูสอนเปียโนแล้วกัน ส่วนหน้าที่หลักก็คือรองผู้อำนวยการเป็นไง”
“ได้ค่ะ ขอบคุณอารัญมากนะคะ”
“จะมาขอบคุณอะไร โรงเรียนนี้ครึ่งหนึ่งมันเป็นของเธอ ส่วนแบ่งก็ได้ทุกปี นี่อย่าบอกเชียวนะว่าไม่เคยเปิดดูสมุดบัญชีหมุนเวียนของตัวเองสักครั้ง” พูดเสร็จแล้วเงียบไปราวกับนึกบางอย่างออก
นั่นสินะ คนเขามีสามีเศรษฐีเลี้ยงดู จะมาสนใจเศษเงินเพียงเล็กน้อยได้อย่างไร
แต่ก็เอาเถอะ วาสนาคนเราต่างกัน เธอจะไปอิจฉาที่เพื่อนรุ่นน้องได้ผัวรวยไม่ได้
“งั้นพรุ่งนี้มาเจอกันที่โรงเรียนแล้วกันนะ”
“ค่ะ เจอกันสักประมาณเก้าโมงเช้านะคะ”
กดวางสาย หญิงสาวก็รวบรวมกระดาษทิ้งลงถังขยะ ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องไปสมัครงานให้ยุ่งยาก ส่วนอนาคตข้างหน้า เธอพอจะมองเห็นเส้นทางนิดหน่อยแล้ว
ส่วนเรื่องของสามีกับชู้นั่นก็ต้องได้รับผลกรรมอย่างสาสม
มือเล็กกำโทรศัพท์ไว้แน่น ก่อนจะกดหารายชื่อของใครบางคน...
CHAPTER 5
คนที่ถูกนอกใจ
โรงเรียนสอนดนตรีเด-อา ตั้งขึ้นโดยผสานชื่อของเดหลีกับอารัญญาเข้าด้วยกัน เปิดรับสอนดนตรีตั้งแต่เด็กอายุแปดขวบเป็นต้นไป ทีแรกอารัญญาวางแพลนเอาไว้ว่าจะสอนเฉพาะเด็กเท่านั้น แต่ไปๆ มาๆ โรงเรียนดันบูมกว่าที่คิด เพราะที่นี่สร้างดาราเด็กสายร้องและแสดงขึ้นมาคนหนึ่ง พอเด็กคนนั้นโด่งดัง เด-อาจึงมีชื่อเสียงตามไปด้วย
ปัจจุบันเด-อาเปิดสอนนักเรียนทุกช่วงวัย แต่เน้นหนักไปที่ผู้ใหญ่และรับสอนดารานักแสดงที่จำเป็นต้องแคสบทเกี่ยวกับงานดนตรี ดังนั้นตอนที่เดหลีก้าวเข้ามาในโรงเรียนแห่งนี้ เธอจึงพบกับชายหญิงหน้าตาดีจำนวนมากเดินสวนทางกันอยู่
เพราะมีนัดกับ ผ.อ. โรงเรียน หญิงสาวจึงต้องผ่านประชาสัมพันธ์ก่อน ซึ่งพอเดหลีบอกชื่อตัวเองปุ๊บ สาวน้อยประชาสัมพันธ์ก็หันมายิ้มให้เธออย่างกระตือรือร้น
“อ่า รองผ.อ. นี่เอง มาค่ะ เดี๋ยวหนูพาไปห้องทำงาน”
“ฉันมีห้องทำงานด้วยหรือ?”
สาวน้อยยิ้มร่า “มีสิคะ มีมาตั้งแต่โรงเรียนเปิดตัวแล้ว พนักงานที่นี่ต่างก็สงสัยกันทั้งนั้นว่ารอง ผ.อ. จะมาทำงานเมื่อไหร่ จนในที่สุดในปีที่เจ็ดก็ได้เห็นแล้ว ดีนะที่หนูไม่ลาออกไปซะก่อน”
ท่าทางจะเมาท์เก่งน่าดูเลยแฮะ
มองพวงแก้มแดงปลั่งของสาวน้อย หัวใจที่ห่อเหี่ยวของเดหลีพลันกระเตื้องขึ้นเล็กน้อย “แล้วพนักงานที่นี่มีกันกี่คนล่ะ”
สาวน้อยชี้หน้าอกตัวเอง “มีประชาสัมพันธ์สองคน ครูสอนดนตรีห้าคน ลุงร.ป.ภ หนึ่งคน ท่าน ผ.อ. ท่านรอง ผ.อ. อีกสอง ร่วมๆ ก็เป็นสิบคนค่ะ”
“เธอสนิทกับทุกคนมากเลยเหรอ”
“ค่ะ ที่นี่เราอยู่กันเหมือนครอบครัวนี่คะ”
จะว่าไปแล้วรอง ผ.อ. ดูอัธยาศัยดีจัง หญิงสาวยิ้มจนตายี การมีเจ้านายดี ย่อมถือว่าเป็นลาภอันประเสริฐของลูกน้อง ขาเล็กก้าวยาวๆ พาเดหลีไปห้องทำงานบนชั้นสาม เปิดประตูให้พร้อม
“เข้าไปได้เลยค่ะ”
เดหลีหันมาขอบคุณ ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องที่ถูกตกแต่งไว้อย่างดี โต๊ะทำงานเป็นไม้มะเกลือขัดเงา เก้าอี้ประกอบจากวัสดุเกรดพรีเมียม หน้าต่างเปิดโล่งส่งผลให้ห้องทั้งห้องแลดูปลอดโปร่ง ของตกแต่งภายในห้องกลมกลืนเข้ากัน ดูก็รู้ว่าคนทำเอาใจใส่แค่ไหน เดหลีลองนั่งลงบนเก้าอี้ ทดลองหมุนซ้ายขวาประตูห้องพลันถูกเปิดเข้ามาพอดี
สิ่งแรกที่สะท้อนเข้าตาคือลิปสติกสีแดงบนกลีบปากบาง จากนั้นนัยน์ตาดำขลับทอประกายเหลือบเงินก็แย่งสีสันภายในห้องไปรวมกันอยู่จุดเดียว เดหลียืดตัวตรง มองอารัญญาในชุดกระโปรงทรงดินสอเข้ารูปกับเสื้อเชิ้ตขาวพอดีตัวเดินพลิ้วราวกับเหินบินมาหา
ว่าอย่างไรดีล่ะ ไม่ว่าจะมองทีไรเดหลีก็ละสายตาจากหญิงสาวไม่ได้ อารัญญาเป็นผู้หญิงที่ทั้งสวยทั้งเก่ง ทั้งชีวิตเหมือนจะพบเจอแต่เรื่องดีๆ ขนาดหลับตาจิ้มทำธุรกิจยังรุ่งเลย เพียงแต่มีบางอย่างที่น่าเสียดายอยู่ นั่นคือเธอยังโสด ตั้งแต่รู้จักกันมา เดหลีเหมือนจะไม่เคยเห็นอารัญญาคบหาเพศตรงข้ามเลย
หลุบตาลงซ่อนความอิจฉา
ตามจริงเป็นโสดก็ดีเหมือนกัน ไม่ต้องมีเรื่องให้คิดมาก
อารัญญาแตะจอนผม พลางกล่าวอย่างรังเกียจ “ไม่เจอกันเป็นปี ดูซิ แต่งตัวอะไรของเธอเนี่ย”
คำทักทายแบบนี้มีแต่อารัญญาเท่านั้นแหละที่กล้า เดหลีชินแล้วจึงไม่ถือสา แต่หันกลับมามองตัวเอง
อืม มันก็แย่จริงๆ
เสื้อเก่าตกยุคตั้งแต่สามปีก่อน ส่วนกางเกงก็เป็นแบรนด์ขึ้นห้างทั่วไป พอให้คนธรรมดาใส่ได้ แต่คนฐานะอย่างเธอไม่ควรเหลือบแลให้เสียสายตา เพราะเดหลีไม่ได้มั่งคั่งตั้งแต่เกิดเลยติดนิสัยมัธยัสถ์ การแต่งตัวจึงเลือกของที่พอใช้ได้ ไปๆ มาๆ แฟชั่นประจำตัวเธอจึงทั้งเฉิ่มทั้งเชย
“ค่ะ วันนี้คิดว่าจะให้อารัญช่วยเปลี่ยนลุคให้ด้วย”
อารัญญาทำท่าแคะหูอย่างเกินจริง “มายก๊อด อะไรเข้าสิงล่ะเนี่ย เปลี่ยนลุค เดหลีอยากเปลี่ยนลุค!”
ในรุ่นของพวกเธอ มีใครบ้างไม่รู้ว่าเดหลีเป็นคนที่ไม่ชอบความเปลี่ยนแปลงที่สุด หากเป็นคนอื่นคงจะถูกมองว่าโลกแคบไปแล้ว ทว่าเดหลีกลับมีบรรยากาศของนางพญาติดตัวมาตั้งแต่เกิด ถึงแม้เธอจะทำตัวขวางโลกโดยการสนใจแฟชั่นสมัยปีสองพัน แต่สิ่งเหล่านั้นก็ไม่อาจบดบังรัศมีของเธอไปได้
แต่ว่าวันนี้... ยัยหัวแข็งนี่ดันเดินมาหาเธอแล้วบอกอยากจะเปลี่ยนลุค
ปรี่ไปเขย่าแขนเดหลี “จริงจังใช่ไหมเนี่ย”
เดหลีผงกหัวหงึก “ค่ะ ฉันอยากตัดผมสั้น เรียนแต่งหน้าใหม่ และก็ซื้อเสื้อผ้าสักโหลหนึ่ง”
“ชอปปิ๊ง เรียนแต่งหน้า และก็อะไรนะ...”
เม้มปากตอบ “ตัดผมสั้นค่ะ”
